|  
สัมภาษณ์พิเศษ: ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน เปิดมุมมอง กระบวนการคิดรอบด้านฉบับ TRUE สู่มิติใหม่วงการศึกษาไทย เก่งและดี
23 เม.ย. 2561


         ด้วยประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานกับกลุ่มทรูในโครงการต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนการศึกษาไทย และพัฒนาเยาวชนทั้งด้านความรู้และคุณธรรมมากมาย ทั้งโครงการทรูปลูกปัญญา สื่อทรูปลูกปัญญา สามเณร ปลูกปัญญาธรรม ทรูคลิกไลฟ์ รวมถึงงานระดับชาติ อย่าง โครงการ สานพลังประชารัฐ โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและกิจการวิชาการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ให้แง่คิดที่งดงามว่า ผู้ที่จะทำงานด้านการศึกษาให้รอดสำเร็จอย่างที่ตั้งหวังไว้ไม่ใช่แค่กระบวนการที่ชาญฉลาด แต่จำเป็นต้องใช้หัวใจแห่งการเป็นผู้ให้ เพื่อสร้างองค์กรที่เป็น Social Enterprise อย่างแท้จริง

         หลังจากสนุกและมีความสุขกับการทำงานโครงการด้านการศึกษาต่างๆ ของกลุ่มทรู ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ที่สร้างทั้งแรงบันดาลใจและนำพามาซึ่งความสำเร็จของโครงการต่างๆ ดร.เนตรชนก ขอแชร์ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงบอกเล่าถึงโครงการสำคัญที่กลุ่มทรูได้นำศักยภาพด้านเทคโนโลยีการสื่อสารมาร่วมพัฒนาการศึกษา สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น การส่งต่อหลักสุตร มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ และสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลผ่านโครงการทรูปลูกปัญญากว่า 6,000 โรงเรียน ต่อเนื่องไปยังงานด้านดิจิทัลและเว็บไซต์ ทรูปลูกปัญญา ที่มุ่งให้เด็กทั่วประเทศ มีโอกาสการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ เป็นคลังความรู้ขนาดใหญ่ และทำให้เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญา กลายเป็นเว็บเพจด้านการศึกษาที่มีผู้เข้าชมเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งยังมีกิจกรรมนอกสถานที่ (School Tour) อาทิ การจัดติว Admission รวมทั้งจัดทำนิตยสารแจกฟรี "ปลูก(Plook)" ส่งตรงถึงสถาบันการศึกษา ห้องสมุดชุมชน และทรูคอฟฟี่ทุกเดือน ตลอดจนมีแอพพลิเคชั่น "ทรูปลูกปัญญา" อีกด้วย

         ขยับมาถึงกลุ่มงานรับผิดชอบต่อสังคมระดับประเทศ เป็นงานด้านการศึกษาที่ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำ Best Practice ร่วมเป็นคณะทำงานโครงการสานพลังประชารัฐ ภายใต้โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) เพื่อยกระดับมาตรฐานเด็กดีและเด็กเก่ง ให้สอดคล้องรับกับยุทธศาสตร์หลักของชาติ คือ ลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาศักยภาพคน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งนอกจากภาพรวมที่ต้องช่วยกัน ดูแลโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในระยะแรกถึง 3,351 โรงเรียน และกำลังจะเดินหน้าต่อถึง 5,000 โรงเรียนประชารัฐในอนาคตให้สำเร็จแล้ว ยังต้องโฟกัสกับโรงเรียนที่บริษัทฯ รับหน้าที่ดูแลโดยตรงจำนวน 900 โรงเรียน พร้อมดำเนินงานตามเป้าหมายที่จะให้การศึกษาไทยมีความโปร่งใส ดึงให้ชุมชนมีส่วนร่วม ยกระดับผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพิ่มเติม ทำให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมและสัมฤทธิ์ผล ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตส่งต่อให้กับทุกโรงเรียน และที่สำคัญที่สุดคือการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมสู่หัวใจของประชาชนทุกคน

         โครงการนี้ ไม่เพียงจะสะท้อนถึงบทบาทการทำงานด้านการศึกษาของทรูเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ หน่วยงานการศึกษา โรงเรียนทั่วประเทศ ภาคประชาสังคม และเอกชนระดับประเทศที่ร่วมในโครงการ รวมถึงบุคคากรในองค์กรของทรูเองที่มีส่วนร่วมอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันมีคนทำงานที่เป็น School Partner หรือ ผู้นำรุ่นใหม่กว่า 300 คนที่มีส่วนในการขับเคลื่อนโครงการนี้ให้บรรลุผล ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดมุ่งหมาย อีกทั้งบทบาทของ ICT Talent กว่า 100 คน เปรียบเป็นผู้ช่วยให้คำแนะนำและรับฟังเสียงสะท้อนของผู้อำนวยการโรงเรียนที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงและยกระดับการทำงานด้านการศึกษาให้เข้มแข็งขึ้น

         "เราพยายามมุ่งเน้นสิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือกระบวนการ จะทำอย่างไรให้บรรลุผล เช่น การจะดึงชุมชนให้มีส่วนร่วม เรามีโมเดล Learning Center รวบรวมองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาและสร้างโอกาสสร้างรายได้ให้กับชุมชน เช่น โรงเรียนวัดหนองทองทราย จ.นครนายก ทำให้มะยงชิดที่เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเกษตรกรรมสำหรับเด็ก และช่วยขจัดอุปสรรคในการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรได้ เป็นต้น"

         ดร.เนตรชนก กล่าวต่อว่ายังมีส่วนงานที่ทรูดำเนินงานมากกว่า 8 ปี นั่นคือ ทรูคลิกไลฟ์ ผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษาแบบครบวงจร เป็นการสร้างคอนเท้นต์ที่ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ทั้ง 5 ด้านคือ คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน โรโบติกส์ และมิวสิค ให้แก่เด็กด้วยการสร้างสื่อการเรียนการสอนที่สร้างสรรค์ หลากหลาย ไร้ขีดจำกัด รวมถึงระบบการบริหารจัดการในห้องเรียนและพัฒนาคุณภาพของบุคลากร ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนที่เป็นครอบครัวทรู คลิกไลฟ์กว่าร้อยแห่งแล้ว

         และเพื่อการไปสู่เป้าหมายเก่งและดีอย่างแท้จริง โครงการ "สามเณร ปลูกปัญญาธรรม" เรียลลิตี้ธรรมะถ่ายทอดสดเรื่องราวการฝึกอบรมและกิจวัตรสามเณรจึงเกิดขึ้น เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ เรียนรู้และน้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเอง ตลอดจนสร้างสรรค์สังคมแห่งคุณธรรมให้ยิ่งงอกงาม โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมามีเด็กๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมคัดเลือกเป็นจำนวนมาก และกำลังเข้าสู่ปีที่ 7 ซึ่งล่าสุดมีผุ้สมัครกว่า 4,500 คน โดยคัดเลือกเยาวชนชายเข้าร่วมโครงการ จำนวน 12 คน โดยใช้จริต 6 เป็นตัวตั้งเพื่อติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของแต่ละจริตแต่ละคน ซึ่งจะเริ่มออนแอร์ในช่องเรียลลิตี้ทรูวิชั่นส์ และชมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ทรูปลูกปัญญา ได้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. ถึง 6 พ.ค.นี้ และยิ่งไปกว่านั้น เตรียมพบกับสีสันใหม่ อย่าง "สามเณรอินเตอร์" ครั้งแรกของโลกในเร็วๆ นี้

         "หากถามว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดนี้สะท้อนกลับมาสู่ทรู คอร์ปอเรชั่น ด้านใดบ้าง ความจริงแล้ว เรามองถึงผลกระทบในวงกว้างและสังคมมากกว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจวัดเป็นมูลค่าไม่ได้ เพราะเราเป็น Social Enterprise ที่กำลังสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็กไทยกว่า 10 ล้านคน และตลอดระยะเวลาที่ทำงานเราก็ยึดเจตนารมณ์ของนายใหญ่ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ที่บอกกับทีมงานทุกคนเสมอว่า "อะไรที่คิดว่าดีจงทำ" และ "สิ่งที่ทำก็เป็นประโยชน์เพื่อชาติ ยิ่งทำไปเท่าไหร่ก็ยิ่งดี" เชื่อว่าทุกคนที่ทำงานตรงนี้ต้องใช้ใจล้วนๆ แม้ว่าจะมีความท้าทายเท่าไหร่ แต่ถ้าสิ่งที่จะทำนั้นดี ย่อมชนะทุกอุปสรรคได้ และเราก็ตั้งใจที่จะพัฒนาต่อยอดแขนงงานด้านการศึกษาให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อให้เด็กไทยสัมผัสกับการศึกษาที่มีศักยภาพ ทำให้พวกเขาเก่งและดีได้จริงๆ"

ที่มา : Thaipost https://www.ryt9.com/s/tpd/2810393


67   461